ไขเบื้องหลัง “ออฟ-พงษ์พัฒน์” ขึ้นเวทีไล่ “เสื้อแดง” ออกจากบ้าน โยงคอนเน็กชั่นลึกประชาธิปัตย์

บนเวทีประกาศรางวัล “นาฎราช” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2552  ซึ่งจัดโดยสถานีโทรทัศน์ช่อง 3  เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา “ออฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง”ในฐานะนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากละครเรื่อง “พระจันทร์สีรุ้ง” ได้กล่าวความในใจที่สะกดทุกคนในงานให้เงียบกริบนั่นคือคำพูดที่ว่า

“เป็นรางวัลที่ได้รับบทบาทจากผู้ที่เป็นพ่อ ก็ขออนุญาตพูดถึงพ่อนิดนึงก็แล้วกันนะฮะ … พ่อเป็นเสาหลักของบ้าน บ้านของผมหลังใหญ่นะฮะ ใหญ่มาก เราอยู่กันหลายคน ผมอยู่บ้านหลังนี้ก็สวยงามมากนะ สวยงามและอบอุ่น แต่กว่าจะเป็นแบบนี้ได้นะครับ บรรพบุรุษของพ่อ เสียเหงื่อ เสียเลือด เอาชีวิตเข้าแลก กว่าจะได้บ้านหลังนี้ขึ้นมานะครับจนมาถึงวันนี้ พ่อคนนี้ก็ยังเหนื่อยที่จะดูแลบ้าน และก็ดูแลความสุขของทุกคนในบ้าน ถ้ามีใครสักคน โกรธใครมาก็ไม่รู้ ไม่ได้ดั่งใจเรื่องอะไรมาก็ไม่รู้ แล้วก็พาลมาลงที่พ่อเกลียดพ่อ ด่าพ่อ คิดจะไล่พ่อออกจากบ้าน ผมจะเดินไปบอกคน ๆ นั้นว่า ถ้าเกลียดพ่อ ไม่รักพ่อแล้ว จงออกไปจากที่นี่ซะ เพราะที่นี่คือบ้านของพ่อ เพราะที่นี่คือแผ่นดินของพ่อ”

พลันที่คำกล่าวดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกไป  “เจ๊ดา”ดารณี กฤตบุญญาลัย ไฮโซเสื้อแดง ได้ขึ้นเวทีราชประสงค์ตอบโต้ว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมอย่างสันติ อหิงสา และยังบอกอีกว่าเธอเคยเป็นดารามาก่อนมักจะได้ยินดาราด่าเสื้อแดงแล้วนำไปเผย แพร่ต่อในอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ

แม้เธอไม่ได้เอ่ยชื่อพาดพิง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่านัยยะที่แท้จริงเธอกล่าวถึงใคร?

กระทั่งเกิดเหตุการณ์ช่อง 3 ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงเผาจนเกือบวอด เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 จนต้องระงับการออกอากาศ 95 ชั่วโมงสูญรายได้ไปถึง 120 ล้านบาท
ว่ากันว่ามีหัวเชื้อมาจากกรณีการมอบรางวัลให้กับ”ออฟ”นั่นเอง

ทั้งๆที่การทำหน้าที่ข่าวของทีวีช่องนี้ถูกมองอย่างกังขามาตลอดด้วยซ้ำไป

“อ๊อฟ”มีชื่อเสียงจากการเป็นนักร้องในแนวร็อก สังกัดคีตา เอนเตอร์เทนเมนท์  ออกผลงานเพลงจำนวน 7 ชุด ก่อนจะพลิกบทบาทมาอยู่เบื้องหลังในฐานะผู้กำกับละครและภาพยนตร์ ควบคู่กับงานแสดง และงานร้องเพลงตามที่ว่าจ้าง

ในห้วงวิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย ปี 2548-2550ออฟ”โดดขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ขับไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร โดยมีตั้ว-ศรัณยู วงษ์กระจ่าง เพื่อนนักแสดงร่วมอุดมการณ์ด้วย

หลังจบศึก”ตั้ว”มีตำแหน่งในพรรคการเมืองใหม่ แต่ “ออฟ” ยังทำธุรกิจและเป็นนักแสดงต่อไป

“ออฟ”เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด  ก่อตั้งวันที่   21 พฤษภาคม 2545 ทุนจดทะเบียน   5 ล้านบาท   ที่ตั้งเลขที่ 120/1 ซอยพหลโยธิน 14 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ รับบริหารงาน สถานีวิทยุ โทรทัศน์  น.ส.เนตรพนิต โพธารากุล 99.9%  โดยน.ส.เนตรพนิต โพธารากุล และ ตัวออฟเป็นกรรมการ  ผลประกอบการ ปี 2551 รายได้ 37.2 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3.7 ล้านบาท  สินทรัพย์ 36.9 ล้านบาท

และเป็นเจ้าของ บริษัท ดู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด  ก่อตั้งวันที่  8 มีนาคม 2549 ทุนจดทะเบียน  1 ล้านบาท  ที่ตั้งเดียวกัน  ให้บริการผลิตรายการโทรทัศน์  ปี 2551 รายได้ 3.3 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6 แสนบาทเศษ    สินทรัพย์ 2.4 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ทำธุรกิจร้านอาหารร่วมกับ “เกรียงไกร อุณหะนันทน์” ในบริษัท ยู ทู จำกัด  ทุนจดทะเบียน  2 แสนบาท ที่ตั้งเลขที่ 491/33 ถนนสีลม (ศูนย์การค้าสีลมช็อปปิ้งพลาชาร์)  แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพ ฯ เลิกกิจการ วันที่ 27 มกราคม 2538

“ออฟ”เกี่ยวโยงกับพรรคประชาธิปัตย์ในแง่ที่ว่า

“แดง-ธัญญา” ภรรยาของออฟ เป็นญาตินายปารเมศ โพธารากุล ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ และ น.ส.เนตรพนิต ผู้ถือหุ้นบริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด ก็เป็นน้องสาวนายปารเมศ

อีกทั้ง “สุมล โพธารากุล”เมียของนายปารเมศก็เป็นคนคุมบัญชีการเงินใน บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น

คอนเนกชั่นลึกอย่างนี้กระมัง   ถ้าหลายคนรู้ก็คงอดคิดว่าเป็นที่มาของการไล่เสื้อแดงออกจากบ้าน    รวมทั้งไฮโซหลุดโลกอย่าง “เจ๊ดา” ดารณี กฤตบุญญาลัย ?

ที่มา: มติชน online

Posted in Democracy, Politics | Tagged , , | Leave a comment

องค์กร แรงงานออสซี่ประท้วงรบ.ไทย หยุดยิง-ลาออก-สืบสวนการฆ่าปชช.

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
20 พฤษภาคม 2553

องค์กร Australia Asia Worker Links หรือสหภาพแรงงานเอเชีย-ออสเตรเลีย ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1979 เพื่อที่จะส่งเสริมความสามัคคีในบรรดาชนชั้นแรงงานระหว่าประเทศ ได้รวมตัวกันเรียกร้องให้คืนประชาธิปไตย หยุดการฆ่าประชาชน เมื่อวันที่ 20 พ.ค. เวลา 12.30 น. ที่บริเวณสำนักงานบริษัทการบินไทยในกรุงเมลเบิรน์ ประเทศออสเตรเลีย

ภายในเหตุการณ์การประท้วง ผู้ประท้วงได้ชูป้ายโดยกล่าวว่าพวกตนขอเป็นน้ำหนึ่งเดียวกันกับผู้เรียกร้อง ประชาธิปไตยในไทย เพื่อหยุดยั้งการฆ่า ให้นายอภิสิทธิ์ลาออก เรียกร้องไม่ให้มีการจับกุมตัวผู้ประท้วงคนเสื้อแดง และไม่ต้องการระบอบเผด็จการในประเทศไทย

อนึ่งก่อนหน้านี้ องค์กร ดังกล่าวได้ส่งจดหมายเปิดผนึกไปถึงเอกอัครทูตไทยประจำกรุงเมลเบิรน์ มีใจความแสดงถึงความห่วงใยที่รัฐบาลไทยได้กระทำการฆ่าผู้ประท้วง ทั้งๆที่ผู้ประท้วงนั้นมีสิทธิในการประท้วงในปัญหาต่างๆ และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหยุดการฆ่า กลับเขากรมกอง และทำการสืบสวนการฆ่าที่เกิดขึ้นในทันที นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก เพราะไม่สามารถปกครองเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนได้ ท้ายที่สุดได้กล่าวว่าสมาชิกขององค์กรนั้นล้วนแต่มีประสบการณ์ตรงต่อระบอบ การปกครองที่กดขี่ เลือดที่หลั่งลงบนท้องถนนควรจะหยุดได้แล้ว และการกดขี่ต้องหยุดในทันที

ที่มา: Thai e-news

Posted in Democracy, Politics | Tagged , , , | Leave a comment

ช่างภาพ ออสเตรเลียเล่านาทีหลบภัยในวัดปทุมฯ

โดย Lanai Vasek
ที่มา Australian reporter hides out in Bangkok temple: The Australian
แปลไทยโดย ชมรม ฟ้าใหม่
May 20, 2010

สตีฟ ทิคเนอร์ ช่างภาพชาวออสเตรเลีย ได้หลบภัยเข้าไปอยู่ในวัดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางการปะทะกลางใจกลางเมือง ระหว่างผู้ชุมนุมกับทหารไปประมาณ 100 เมตร

ทิคเนอร์ได้ให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ ดิ ออสเตรเลียน เมื่อคืน (19 พ.ค.) ท่ามกลางเสียงปืนและเสียงระเบิด

เขามาจาก นิวคาสเซิล ที่อยู่ค่อนไปทางเหนือของรัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยเดินทางจากติมอร์ตะวันออกมาที่กรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์เพื่อทำข่าวการชุมนุม

เขากล่าวว่า “คลื่นคนตายและผู้บาดเจ็บ” พยายามหาทางเข้าสู่วัด เขาหลบภัยร่วมกับผู้ประท้วงเสื้อแดงกว่าสองพันคน และนักข่าวชาวอังกฤษสามคน

ทิค เนอร์ยังบอกอีกว่า ส่วนมากที่เข้าหลบภัยเป็นผู้หญิง และยังมีนักข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามอีกคนถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณบั้นท้าย

เขา ระบุว่า “เสื้อแดงที่มาที่นี่โดยส่วนมากไม่ใช่สายฮาร์ดคอร์”

เขาบอก ว่าเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาเขาเห็นผู้ชายคนหนึ่งโดนยิงจากทหารแค่ไม่กี่เมตร จากวัด

“ผมเห็นกระสุนพุ่งทะลุร่างคนนั้นออกมาจากหน้าอกและคนนั้นก็ ล้มลง” ทิคเนอร์กล่าวและว่า เมื่อเขาและพระพยายามจะเข้าไปช่วย พวกเขาก็ถูกยิงใส่

“พวกนั้นรู้ว่าผมเป็นนักข่าวต่างประเทศ จากกล้องของผม” เขากล่าว

“พวกเราเป็นห่วงว่าคนที่ถูกยิงที่นอนอยู่บน ฟุตบาทจะตายจากการเสียเลือด เราจะทิ้งเขาไว้เฉยๆ ไม่ได้”

ทิคเนอร์ กล่าวต่อไปว่า เขากับพระได้ช่วยผู้ชายคนนั้นเข้าไปในวัด แต่สุดท้ายก็ช่วยชีวิตไว้ไม่ได้

“อย่างน้อยมีคนตายแล้ว 6 คนในวัด” เขากล่าว

“คนถูกยิงเรื่อยๆ และเสียงระเบิดก็ดังไม่หยุด”

ทิค เนอร์ยังกล่าวว่า ความรู้สึกคนในวันนั้นเศร้ามาก ทุกคน “กระวนกระวาย กลัว และประสาทเสีย”

เขาเองก็กลัวว่าจะโดนยิงทันทีถ้าเขาออกไปพ้นบริเวณ วัด

“มีทั้งรถถัง และพลซุ่มยิงอยู่ที่นั้น ทุกอย่างสับสนและบ้าคลั่งไปหมด”

กองทัพไทยได้ประกาศเมื่อคืนว่า สถานการณ์สามารถควบคุมไว้ได้แล้ว และปฏิบัติการทางทหารได้ยุติลง

แต่ ทิคเนอร์บอกว่า เขาไม่แน่ใจว่าวันนี้จะหยุดยิง

เขาบอกว่า ถ้าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ประชาชนหลายกลุ่มจะไม่มี น้ำ และไฟฟ้าใช้ รวมถึงจะไม่มีอาหารกินด้วย

Posted in Politics | Tagged , , , | Leave a comment

แต่ผมว่าโชคดี ที่มีอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯ นายพลทั้งหลาย ยังอาย

วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7112 ข่าวสดรายวัน

คนไทยโชคไม่ดี

คอลัมน์ เหล็กใน

ถนอม-ประภาส-สุ จินดา ผู้นำเผด็จการทหารในอดีต ยังต้องอายเมื่อเจอผู้นำพลเรือนที่ชื่ออภิสิทธิ์
ผู้นำทั้ง 3 คนแรกถูกจารึกชื่อไว้ในฐานะทรราช!
ทว่าอภิสิทธิ์ใช้เวลาแค่ 40 วัน สร้างชื่อแซงหน้าอดีตผู้นำรุ่นปู่
จาก 10 เมษาฯถึงปัจจุบันที่สถานการณ์ยังไม่ยุติ
เกือบ 80ศพ กับอีกเกือบ 2,000 คน
คือ ตัวเลขคนตาย คนเจ็บมากกว่า 14 ตุลาฯ 16 กับพฤษภาฯ 35
ผู้นำสรรพนามนำหน้าว่า “นาย” ปราบประชาชนตายเจ็บมากกว่าผู้นำยศ(หรืออัตรา)”จอมพล”?!
ผู้นำทรราช รุ่นเก่าพยายามชี้แจงเพื่อแก้ตัวมาตลอด
14 ตุลาฯ มีกองกำลัง “เทพ 333″ สร้างสถานการณ์
พฤษภาทมิฬ มีกองกำลัง “โมโลตอฟ” ซ้ำเติมสถานการณ์
แต่ก็ไม่อาจลบล้างความผิด “มือเปื้อนเลือด” ลงได้
เพราะ กำลังทหารที่ได้รับคำสั่งออกมานั้น
ยิงจริง ใช้กระสุนจริง!!
เช่น เดียวกับอภิสิทธิ์และบริวารพยายามชี้แจง
กลุ่มผู้ชุมนุมมีกองกำลัง ผู้ก่อการร้าย?
จริง หรือไม่จริง เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์ต่อไป
แต่ เรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ
กำลังทหารที่ได้รับคำสั่งออกมา ยิงจริง ใช้กระสุนจริง??
นี่คือสิ่งที่ผู้สั่งการต้องยอมรับ และรับผิดชอบ เมื่อมีความสูญเสียเกิดขึ้น
โดยเฉพาะชีวิตประชาชนผู้ บริสุทธิ์
ประวัติศาสตร์ฝากบทเรียนไว้มากมาย
ตอนนั้น ถนอม-ประภาส-สุจินดา สามารถหลีกเลี่ยง 14 ตุลาฯ และพฤษภาทมิฬ ได้หลายทาง
แต่ เมื่อตัดสินใจอย่างที่ตัดสินใจไปแล้ว
ต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ระหว่างเหตุการณ์
ไม่ว่า มือที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 หรือบรรดาผู้หวังดี ไม่หวังดีทั้งหลาย
สงครามกลางเมืองกรุงขณะนี้ ถ้ามีตัวสอดแทรกแปลกปลอม ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นฝ่ายผู้ชุมนุมเท่านั้น
กรณี ยิงเอ็ม 79 ถล่มสน.ลุมพินี ตำรวจทั้งโรงพักรู้ดีฝีมือสีไหน?
กรณีกอง กำลังไม่ทราบฝ่าย ถ้าหน่วยข่าวกรองแม่นยำจริงต้องรู้ว่าไม่ได้มีแค่ “นักรบโรนิน”
ยังมี “นักรบสีน้ำเงิน” ผสมโรงด้วย!
ทั้งนี้ ทั้งนั้นเหตุการณ์สอดแทรก แปลกปลอม บานปลาย กลายเป็นจลาจล เผาบ้านเผาเมือง ทำลายข้าวของ ปล้นสะดม ฯลฯ จะเกิดขึ้นไม่ได้
ถ้าผู้นำเลือกใช้วิธี “การเมืองแก้ด้วยการเมือง” หรือ “รบโดยไม่ต้องรบ”
โดยเฉพาะผู้นำ พลเรือน ความอดทน อดกลั้น สำนึก สำเหนียก ควรสูงกว่าผู้นำเผด็จการทหาร
แต่ เมื่อผู้นำพลเรือนตัดสินใจเดินตามรอยเท้าผู้นำเผด็จการทหาร
ทั้งๆที่ รู้ประชาชนต้องบาดเจ็บล้มตาย บ้านเมืองย่อยยับเสียหาย
และตัวเองต้อง มือเปื้อนเลือด
ประเทศไทยโชคไม่ดีมีทรราชเพิ่มอีกคน!?

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Posted in Politics | Tagged , , , , | Leave a comment